สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก Communication & Leadership class (1/3)

 

Syllabus
คลาสการสื่อสารและภาวะผู้นำเป็นวิชาเลือกสำหรับนิสิตวิศวกรรมอุตสาหการ ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ พอสิ้นเทอม นิสิตต้องเขียนประเมินตนเอง 

อันนี้เป็นข้อเขียนของนิสิตลักษณ์ 9 (ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้)

1. สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากวิชานี้

  • เรื่องแรกที่ผมได้เรียนรู้ในวิชานี้เลยคือเรื่องของลักษณ์ครับ ลักษณ์เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยได้ยินเเละไม่เคยรู้เลยว่ามีอะไรเเบบนี้ด้วย เรื่องลักษณ์เป็นเรื่องที่ผมว้าวที่สุดเเล้วในเรื่องที่เรียนมา เรื่องของลักษณ์เป็นเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกสนใจในตัวเองเเละคนอื่นมาก เพราะการเเเบ่งลักษณ์มันทำให้ดูน่าสนใจมากๆ ทำให้ผมกลับมาดูตัวเองเเละดูคนอื่นว่าเป็นเเบบนั้นจริงๆตามที่ลักษณ์บอกหรือเเค่เราคิดไปเอง

    พอได้กลับมาดูตัวเอง สังเกตตัวเองจริงๆ เเล้วก็ทำให้เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าตัวเราเป็นเเบบนี้ นิสัยเป็นเเบบนี้นะ ซึ่งมันก็ตรงกับที่ลักษณ์ 9 บอกไว้ว่าคนลักษณ์นี้มักมีนิสัยหรือการกระทำที่เป็นเเบบนี้ เช่น เรื่องที่ลักษณ์ที่ 9 มักจะให้คนอื่นเเซงเเถวเเล้วไม่ได้พูดออกมา ซึ่งตอนเเเรกผมก็คิดว่าผมไม่ได้เป็นเเบบนั้น พอมาสังเกตตัวเองดีๆเเล้วถ้าใครมาเเซงผม ผมก็ไม่เคยได้พูดบอกเค้าก็ปล่อยคนอื่นเเซงตลอด เรื่องลักษณ์เป็นเรื่องที่ทำให้ผมได้เริ่มเข้าใจตัวเองเเละผู้อื่นมากที่สุดในเรื่องที่ผมเรียนมา

  • เรื่องที่สองคือของจุดเเข็งในตัวเองครับ เป็นเรื่องที่ทำให้ผมได้รู้จักกับจุดเเข็งของตัวเองว่าตัวผมเองมีอะไรที่เป็นจุดเเข็งบ้าง ซึ่งจุดเเข็งของผมมันแปลกจากของเพื่อนๆมาก เพราะมันเป็นสีเดียวกันทั้งหมดคือสีฟ้าทั้ง 5 อันเเรก ซึ่งจุดเเข็งสีฟ้าของผมมันเป็นจุดเเข็งที่เกี่ยวกับเรื่องของการคุยหรือการเเสดงออกกับคนอื่นๆ

    ซึ่งพอผมได้มารู้จุดเเข็งของผมเเล้ว ผมก้ได้มาย้อนดูกับตัวเองว่าผมเป็นเเบบนั้นไหม ซึ่งมันก็ค่อนข้างเหมือนผม เเต่พอผมได้มาสังเกตตัวเองจริงๆ ผมกลับเป็นคนที่ดูไม่ค่อยจะคุยกับคนอื่นหรือเป็นคนที่มีกำเเพงให้กับคนที่จะมาคุยกับผม ทำให้ผมรู้สึกอยากที่จะพัฒนาตัวเองทางด้านนี้ เพราะคิดว่าทักษะการสื่อสารมันจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน เเล้วผมก็เป็นคนที่ชอบคุยกับคนอื่น เลยอยากที่จะพัฒนาทักษะนี้หลังจากได้เรียนอะไรหลายๆอย่างในคาบนี้ เเละพยายามที่จะหาจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ผมได้ใช้จุดเเข็งของผมเเละความเป็นลักษณ์ของผมให้ได้เกิดประโยชน์ที่สุด

จิตอาสาที่กระจกเงา


  • เรื่องที่สามคือเรื่องของ ความรู้สึกใต้ภูเขาน้ำเเข็ง เป็นเรื่องที่ผมชอบตรงที่มันให้ผมได้รู้จักกับความรู้สึกลึกๆของตัวเองที่ผมอาจจะไม่เคยรู้ เเละเรื่องของการที่ผมได้พูดถึงความรู้สึกของผม มันก็สะท้อนอะไรหลายๆอย่างที่ผมจะต้องรู้หรือรับมือกับความรู้สึกเเบบนั้น เเละการที่ได้เเสดงความรู้สึกออกมา มันให้ผมคิดว่าผมต้องพัฒนาตัวเองขึ้น เพราะผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเเสดงความรู้สึกอะไรออกมาเลย มันทำให้ผมเป็นคนดูไม่มีความรู้สึก ซึ่งจริงๆเเล้วมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น

2. คุณในเวอร์ชันก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างไร

  • ผมรู้สึกว่าก่อนผมจะได้เรียนวิชานี้ ผมเป็นคนที่ไม่ได้สนใจกับความรู้สึกตัวเองเเละไม่รู้จักกับตัวเองเลย ไม่เคยที่จะสังเกตตัวเองว่าตัวผมเป็นคนยังไง เเละไม่เคยได้สังเกตคนอื่น เพราะคิดว่ามันไม่ได้สำคัญกับผมมากขนาดนั้น เเละไม่ได้เเสดงออกถึงความรู้สึกของผมเลย

  • หลังจากที่ได้เรียนคาบเเรกก็ทำให้ผมได้เริ่มคิดถึงตัวเอง เพราะพอได้เห็นว่าจริงๆเเล้วคนเราไม่ได้มีความรู้สึกเฉยๆ ความรู้สึกเฉยๆมันไม่มี มันทำให้ผมคิดว่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเจออะไร ผมมีความรู้สึกเฉยๆจริงรึป่าว ความอะไรก็ได้ของผมมันมีจริงไหม หรือจริงๆเเล้วผมก็เเค่เก็บความรู้สึกของผมเอาไว้

    พอได้มาคิดเเละคอยดูตัวเองตอนที่ได้เจอกับสถานการณ์ต่างๆ ก็ทำให้ได้รู้ว่าจริงๆเเล้วผมก็ไม่ค่อยจะพูดหรือเเสดงความรู้สึกอะไรออกไปเลย เเละผมมักจะปล่อยผ่านความรู้สึกผ่านการเเสดงออกคำว่าเฉยๆหรืออะไรก็ได้ออกมา ทั้งที่บางเรื่องผมคิดว่าผมควรที่จะพูดหรือเเสดงความรู้สึกออกมา เพราะมันน่าจะทำให้สถานการณ์ที่ผมเจอมันดีขึ้นมากกว่าการที่ผมพูดคำว่าเฉยๆออกมา

    เเต่บางครั้งผมก็ไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไงจริงๆเลยทำให้ไม่ได้รู้สึกอะไร พอได้เรียนคาบนี้ไปเรื่อยๆก็ทำให้เห็นว่าผมควรที่จะพัฒนาตัวเองอย่างมาก เพราะผมที่ไม่รู้จักกับตัวเองเเล้วจะไปทำอะไรให้ดีได้ยังไงเเค่ตัวเองยังรู้จักได้ไม่ดีเลย ผมควรที่จะใส่ใจกับตัวเองมากกว่าคนอื่น เพราะผมมักจะเป็นคนที่เเคร์คนอื่นมากกว่าตัวเอง จนบางครั้งมันก็ทำให้ผมเกิดปัญหาตามมา

    เเละการที่ผมไม่ค่อยได้เเสดงออกทางอารมณ์เเละความรู้สึกออกมา มันทำให้ผมได้รู้ว่าผมเป็นคนที่มีกำเเพงบางอย่างที่ทำให้ผมดูเป็นคนมีกำเเพงที่ไม่อยากให้คนอื่นเข้าหา พอได้เรียนอะไรหลายๆอย่างทำให้รู้ว่าถ้าผมยังมีกำเเพงตรงนี้อยู่ จุดเเข็งที่ผมได้เรียนมาของผมมันก็อาจจะไม่ได้ใช้เลย วิชานี้เลยเป็นวิชาที่สอนผมหลายๆเรื่องเลย ถึงเเม้เรื่องท้ายๆผมอาจจะไม่ได้เข้าใจถึงความหมายจริงๆของการเรียน เเต่ผมก็คิดว่าในอนาคตผมจะต้องใช้ความรู้ต่างๆมาพัฒนาตัวผมได้

3. มีด้านใดของคุณที่อยากจะเปลี่ยนแต่ยังไม่เปลี่ยนบ้าง

  • สำหรับผมก็จะเป็นการรู้จักกับตัวเอง เพราะผมรู้สึกว่าผมควรจะเรียนรู้ความเป็นตัวเองของผมให้ดีมากกว่านี้ เเต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้รู้จักกับตัวเองดีมาก เเต่ก็ดีกว่าตอนที่ยังไม่ได้เรียนวิชานี้เลย เพราะเเต่ก่อนก็ไม่ได้สนใจตัวเอง เลยอยากจะเปลี่ยนเเปลงตรงนี้ให้ดีขึ้น

  • เเล้วก็เรื่องของการเเสดงออกทางความรู้สึกของผมหรือการเเสดงออกต่างๆ คิดว่าผมยังไม่เปลี่ยนตัวเองไปมากขนาดนั้น ผมก็ยังคงจะมีการใช้คำว่า เฉยๆ ของผมอยู่บ่อยครั้ง เเละผมก็อยากที่จะทำลายกำแพงที่อาจารย์บอก ไม่ได้อยากให้คนอื่นมองผมว่าเป็นคนที่ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งกับผม ซึ่งผมก็อยากที่จะเปลี่ยนเเปลงตรงนี้ให้ดีขึ้น เพราะในอนาคตสายงานที่ผมทำมันน่าจะต้องมีการสื่อสารที่มาก การทำลายกำเเพงตรงนี้ก็อาจจะช่วยผมได้

  • เเละอีกเรื่องที่อยากจะเปลี่ยนเเปลงมากที่สุดคือเรื่องของการมาตรงต่อเวลา อยากจะเป็นคนที่ตรงต่อเวลา ไม่ได้อยากจะไปไหนมาไหนสายตลอด ซึ่งผมก็พยายามที่จะทำให้มันดีขึ้น พยายามวางเเผนการใช้ชีวิตให้เป็นเวลา เเละก็เรื่องของความขยัน ผมคิดว่าถ้าผมขยันหรือพยายามมากกว่านี้ ผมน่าจะทำไรต่างๆได้ดีกว่านี้ ผมอาจจะไม่ต้องมาเสียใจที่ไม่พยายามตั้งเเต่ตอนเเรก ผมคิดว่าถ้าผมขยันกว่านี้อะไรหลายๆอย่างมันน่าจะดีกว่านี้

4. สำหรับคนที่ยังไม่เคยเรียนวิชานี้ คุณจะอธิบายวิชานี้ให้ฟังว่าอย่างไร

  • สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนวิชานี้ ผมคิดว่าวิชานี้มันสอนเรามากกว่าที่เราเคยเรียนมาเเน่นอน วิชานี้ไม่ได้สอนเรื่องของทฤษฎีหรือตัวเลข เเต่วิชาสอนให้เรารู้ว่าอะไรคือเรา ตัวเราคืออะไรรู้สึกยังไง สอนให้เราเข้าใจตัวเองเเละคนอื่นๆ เป็นวิชาที่เราได้เปิดใจกับตัวเองเเละคนอื่น ได้รับรู้ความรู้สึกของตัวเองจริงๆ ได้เแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่นๆที่เราอาจจะไม่เคยคุยหรือไม่ค่อยสนิท

  • เเละวิชานี้ไม่มีความน่าเบื่อเลย เพราะมีอาจารย์วิทยากรที่อาจารย์เชิญมาเเต่ละท่านที่ไม่ได้สอนเรื่องเดียวกัน ทำให้เราได้รู้ถึงความคิดเเละสอนที่เเตกต่างกันไปตามนิสัยบุคลิกของเเต่ละท่าน เเละอาจารย์เเต่ละคนก็เปิดใจกับเรามาก พร้อมที่จะรับฟังความรู้สึกของเราเเละเเนะนำเเนวทางของเราอย่างดี

  • ไม่ว่าจะผ่านอะไรมา การเรียนวิชานี้สำหรับผมมันช่วยให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นไม่มากก็น้อย คนที่อาจจะไม่ค่อยคุยกับใครหรือเก็บตัวเอง อยากเเนะนำให้มาเรียนวิชานี้ เพราะมันอาจจะทำให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยก็ได้ อยากเเนะนำคนที่มาเรียนให้เปิดใจกับอะไรใหม่ๆเเละไม่เคยทำ วิชานี้จะให้อะไรใหม่ๆที่ทำให้เราได้คิดอะไรต่างๆเกี่ยวกับตัวเราเเละพัฒนาตัวเองไม่มากก็น้อย


Comments